ดอกยี่เข่ง

ดอกยี่เข่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Lagerstroemia indica L.

ชื่อวงศ์: Lythraceae

ชื่อสามัญ Crape myrtle, Indian lilac, Crape flower

ชื่ออื่นๆ คำฮ่อ

ลักษณะทั่วไป

ไม้ พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ เรือนยอดรูปไข่ แผ่กว้าง บางครั้งมีลักษณะเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลเป็นมัน มีสะเก็ดสีขาวลอกเป็นแผ่น

ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปไข่ กว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 3-4.5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบผิวใบด้านบนสีเขียวเช้มมีขนสากตามเส้นกลางใบและเส้นใบ ผิวใบด้านล่างสีเขียว อ่อนกว่าก้านใบสั้น

ดอก สีขาว ชมพู และม่วง ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอก 6 กลีบปลายกลีบดอกแผ่กว้างเป็นลอนคลื่นโคนกลีบเรียว ดอกบานเต็มที่กว้าง 3-5 เซนติเมตร

ผล ผลเเห้งแตก รูปถ้วย เปลือกเเข็ง มีเมล็ดจำนวนมาก

ดอกสร้อยสายเพชร

ดอกสร้อยสายเพชร

ชื่อวิทยาศาสตร์ Clerodendrum wallichii Merr.

ชื่อสามัญ Nodding Clerodendron

วงศ์ LABIATAE

ชื่ออื่น ระย้าแก้ว/สร้อยระย้า/สร้อยสายเพชร/สังวาลย์พระอินทร์/ตุ้มหูพระอินทร์ ลักษณะทั่วไป

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบรูปไข่ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบดอกออกเป็นช่อตามยอด หรือที่ปลายกิ่ง ก้านดอกยาวประมาณ 25 ซม.ก้านดอกเล็กเรียวคล้ายเส้นด้าย กลีบรองดอกรูประฆัง สีแดง กลีบดอกมีสีขาวปลายแยก 5 กลีบ ออกดอกช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงหน้าหนาว ประมาณเดือน ธันวาคม-มกราคม ระยะการบานของดอกนานเป็นเดือน ช่อดอกจะบาน และยาวออกมาเรื่อยๆ จนยาวเป็นเมตรจนกว่าจะบานหมด

ดอกราชาวดี

ดอกราชาวดี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Buddleja paniculata Wall.

ชื่อวงศ์ : Loganiaceae

ชื่อสามัญ : Butterfly Bush, Byttneria, Summer lilac

ชื่อพื้นเมือง : ไค้หางหมา, หางกระรอกเขมร

ถิ่นกำเนิด : เขตร้อนของทวีปเอเชีย ลักษณะทั่วไป:

เป็น ไม้กิ่งเถาที่แตกกิ่งก้านสา ขามากลำต้นเป็นเหลี่ยมเล็กน้อยเ ปลือกหุ้มลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทาใ บดกเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้ามกิ่งสีเขียวกว ้าง 3ถึง 5เซนติเมตรยาว 4ถึง7เซนติเมตรหน้าใบสากคายคล้า ยกระดาษทรายละเอียดท้องใบเรียบก ว่า ขอบใบจักเป็นซี่เล็กๆโดยตลอด ใบทรงรูปไข่ปลายค่อนข้างแหลม ฤดูการออกดอก : ออกดอกเป็นระยะตลอดปี

ดอกลำโพงกาสลัก

ดอกลำโพงกาสลัก

ชื่อวิทยาศาสตร์: Datura fastuosa L.

ชื่อสามัญ: Thorn Apple

ลักษณะทั่วไป

เป็น พืชล้มลุก ประเภทเดียวกับมะเขือ ชื่อพื้นเมืองเช่น มะเขือบ้าดอกดำ เมื่อโตเต็มที่มีความสูงประมาณ 1-1.5 เมตร ลำต้น กิ่ง และก้านใบมีสีม่วงเข้มดำมัน

ใบ: ใบเดี่ยว รูปไข่ สีเขียวเข้ม เรียงสลับกัน กว้าง 8-15 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร ขอบใบหยักเป็นซี่ฟันหยาบๆ ฐานหรือโคนใบมักไม่เสมอกัน

ดอก: มีสีม่วง ขนาดของดอกยาวประมาณ 12-16 เซนติเมตร ก้านดอกสั้น เมื่อดอกโตเต็มที่ปากดอกจะบานออกดูคล้ายรูปแตร ขนาดของดอกยาวประมาณ 12-16 เซนติเมตร ก้านดอกสั้น ดอกมักจะซ้อนกัน 3 ชั้น เป็นส่วนใหญ่ ถ้าเป็นพันธุ์ผสม ดอกจะซ้อนกัน 2 และ 4 ชั้น

ประโยชน์:

ใช้ เป็นยาสมุนไพร โดยเมล็ดใช้หุงทำน้ำมันใส่แผล แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน, ใช้ใบสดตำพอกฝี แก้ปวดบวมอักเสบ ใบและยอด มีแอลคาลอยด์ hyoscyamine และ hyoscine ใช้แก้อาการปวดท้องเกร็ง และขยายหลอดลม ใช้แก้หอบหืดได้และดอกใช้สูบเพื่อแก้อาการหอบหืดได้

ดอกสร้อยฟ้า

ดอกสร้อยฟ้า

ชื่อวิทยาศาสตร์: Passiflora x alatocaeruleac Lindley. ชื่อ วงศ์: PASSIFLORACEAE ลักษณะทั่วไป: ต้น ไม้เถาเลื้อยเถาใหญ่มีมือเกาะ ลำต้นทอดเลื้อยได้ 2-3 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว ขอบใบเว้าลึกเป็น3 แฉก ปลายใบแหลม โคนเว้า ขนาดใบกว้าง 7-10 ซม. ดอก ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบสีม่วงมีกลิ่นหอม มีกลีบดอก 5 กลีบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ มี ระยางสีม่วงเรียงซ้อนกันหลายชั้น เมล็ด มีเมล็ดจำนวนมาก ฤดูกาลออกดอก: ออกดอกตลอดปี การขยายพันธุ์: ใช้กิ่งตอน ปักชำ หรือเมล็ด

ดอกหีบไม้งาม

ดอกหีบไม้งาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carissa macrocarpa (Ecklon) A.DC. ‘Boxwood Beauty’

ชื่อวงศ์ : Apocynaceae

ชื่อสามัญ : Boxwood beauty, Natal plum

ลักษณะ ทั่วไป : ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามปลายแหลมแยกเป็น 2 แฉก ยาวได้ถึง 3 เซนติเมตร ออกตามข้อ ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางขาว

ใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉากซ้อนกันถี่ ใบรูปไข่เกือบกลม กว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 4-6.5 เซนติเมตร ปลายใบมนมีติ่งหนามสั้น โคนใบรูปหัวใจหรือตัด ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนา แข็ง ผิวใบด้านบนสีเขียวเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีเขียวอ่อน

ดอก : สีขาว กลิ่นหอม ออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อแบบช่อกระจุกตามซอกใบที่ปลายกิ่ง ช่อละ 1-3 ดอก กลีบเลี้ยงขนาดเล็ก 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก 5 แฉก ดอกบานเต็มที่ กว้าง 2-3 เซนติเมตร

ผล : ผลสดแบบมีเนื้อ ทรงกลมแป้นเล็กน้อย ขนาด 2-4 เซนติเมตร เมื่อสุกสีแดงปนดำ มี 6-10 เมล็ด

ดอกชมนาด

ดอกชมนาด

ชื่อวิทยาศาสตร์ Vallaris solanacea Kize

ตระกูล APOCYNACEAE

ชื่อสามัญ Bread Flower

ลักษณะทั่วไป

ต้น ชำมะนาดป่าเป็นพรรณไม้พุ่มกึ่งเลื้อย ลำต้นมีความสูงโดยประมาณ 7 เมตรเศษ ๆ และมีน้ำยางสีขาว ลำต้นจะเป็นสีเขียวคล้ำ ใบ เป็นไม้ใบเดี่ยว ใบจะมีการเรียงตัวกันเป็นคู่ออกตรงข้ามกัน ใบมีลักษณะเป็นรูปรี หรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมเป็นติ่ง ส่วนโคนใบก็แหลมเช่นกัน ใบจะมีความ กว้างประมาณ 4 เซนติเตร และยาวประมาณ 14 เซนติเมตร เนื้อใบบางและมีเส้น ใบประมาณ 10-12 คู่ ก้านใบยาว ดอก ออกดอกที่ปลายกิ่ง ลักษณะเป็นช่อพวง หรือในบางครั้งดอกก็อาจจะออกตามง่ามใบ ด้วย ดอกจะเป็นสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ภายในดอกหนึ่ง ๆ จะมีเกสรตัวผู้อยู่ประมาณ 5 อัน ที่ก้านเกสรจะมีขน ส่วนเกสรตัวเมีย จะมีอยู่ 2 ช่องติดกัน และท่อเกสรตัวเมีย ก็จะมีขนด้วย

ดอกพุดจีบ

ดอกพุดจีบ

ชื่อสามัญ : East Indian Rosebay Crepe Jasmine

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ervatamia eornaria Stapf

วงศ์ : APOCYNACEAE

ชื่อพื้นเมือง : พุดสวน พุดสา พุดป่า

ลักษณะทั่วไป :

พุด จีบเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ ๑.๕- ๓เมตรแตกกิ่งก้าน สาขามาก ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวรูปหอกออกเป็นคู่ ู่ตรงข้าม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมัน หน้าใบสีเขียวเข้มกว่าท้องใบ ดอกออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งฝักปลายแหลมและโค้ง มีกลิ่นหอมแรง เวลาเช้าถึงสาย

การขยายพันธุ์ : ปักชำกิ่ง หรือเพาะเมล็ด

ลักษณะเด่น : ออกดอกตลอดปี

ดอกหิรัญญิการ์

ดอกหิรัญญิการ์

ชื่อวิทยาศาสร์ Beaumontia brevityba. Oliv. ตระกูล APOCYNACEAE ชื่อสามัญ Nepal Trumpet

ลักษณะทั่วไป

ต้น หิรัญญิการ์เป็นไม้เถาใหญ่เนื้อแข็ง ทุกส่วนของลำต้นหรือเถาจะมียางสีขาว ส่นยอดหรือส่วนอื่นๆ ที่ยังอ่อนอยู่จะมีขนสีน้ำตาลอมแดงขึ้นปกคลุม หิรัญญิการ์มักเลื้อยเกาะพันต้นไม้อื่นและสามารถ เลื้อยไปได้ไกลประมาณ 15 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาแผ่เป็นพุ่มแน่นเฉพาะส่วนยอดหรือ บริเวณที่ได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ ใบ หิรัญญิการ์เป็นไม้ใบเดี่ยว ออกใบเป็นคู่ตรงข้ามกันตามข้อต้นลักษณะใบหยาบยาวหนา รูปใบมน ปลายใบแหลมเป็นติ่ง ขอบใบเรียบ เกลี้ยง ไม่มีจัก ใบมีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร และ กว้างป ระมาณ 4-6 เซนติเมตร ใบด้านบนเป็นมัน

ดอก ดอกหิรัญญิการ์มีขนาดใหญ่ สีขาว ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกมีลักษณะคล้ายถ้วย ตอนปลายของดอกจะบานกว้างมี 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ติดอยู่กับเนื้อบริเวณ โคนกลีบ มีลักษณะเป็นเส้นยาว แยกออกจากกัน คือจะมีเกสรติดอยู่กลีบละ 1 อัน หนึ่งดอกมีเกสร ตัวผู้อยู่ 5 อัน ส่วนเกสรตัวเมียจะมีลักษณะเป็นแท่งขนาดเล็กซ่อนอยู่ข้างในดอก ดอกเมื่อบานเต็ม ที่จะมีความกว้างประมาณ 8 เซนติเมตรและยายประมาณ 13 เซนติเมตร ช่อดอกหนึ่ง ๆ จะมีดอกตั้ง แต่ 6-15 ดอก ดอกจะผลัดกันบานครั้งละประมาณ 4 ดอก

ดอกพุดดงหนำเลี้ยบเทียม

ดอกพุดดงหนำเลี้ยบเทียม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kopsia jusminiflora Pitard วงศ์ : Apocynaceae

ชื่ออื่นๆ : เข็มบุษบา พุดดง มะดีควาย หนำเลี๊ยบเทียม

ลักษณะทั่วไป :

ไม้พุ่มขนาดเล็ก เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ทุกส่วนมีน้ำยางขาว

ใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก กว้าง 8-10 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบเรียว แหลม โคนใบสอบ ขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน

ดอก : สีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ใบประดับ 1 คู่ ออก ตรงข้าม รูปแถบยาว แต่ละช่อย่อยมีดอกย่อย 3 ดอก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบมีขนาดไม่เท่ากัน ตรงโคนสีแดงส้ม มีขน ปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปขอบขนาน ปลายมน ดอกกลางบานก่อนดอกบานเต็มที่กว้าง 2.5-4.0 เซนติเมตร

ผล : ผลสด รูปกระสวยมักออกเป็นคู่ เมื่อสุกสีม่วงดำ

แทงบอลออนไลน์ ชุดเดรส